top of page
  • SPN

แนวการออกแบบเครื่องปิดฝากระป๋อง ขนาดเล็ก

อัปเดตเมื่อ 13 ก.ย. 2565



เครื่องปิดฝากระป๋องขนาดเล็ก

เครื่องปิดฝากระป๋องขนาดเล็ก ถูกออกแบบให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก(SMEs) ใช้ในการประกอบกิจการ ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้มักทำกิจกรรมทางด้านธุรกิจทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การผลิตสินค้า การหาลูกค้า การเสนอขายสินค้า การจัดส่งไป (ให้ผู้ขายต่อ หรือผู้บริโภค) การจ่าย-การเก็บเงิน การดูแลพนักงาน (หากมี) การดูแลรักษาเครื่องมือ เครื่องจักรที่ใช้ทำงานผลิต และอื่นๆ อีกมากมาย


การที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กต้องทำงานทุกอย่างเอง เวลาส่วนใหญ่จึงมักใช้ไปกับดูแลความเป็นไปของกิจการ และลูกค้าเป็นสำคัญ นอกจากนี้ผู้ประกอบการขนาดเล็กยังมักมีเงินทุนจำกัด จึงไม่สามารถมีเครื่องจักรได้หลายเครื่อง เครื่องจักรจึงต้องมีความสามารถแบบไม่เฉพาะเจาะจงจนเกินไป แต่ต้องยืดหยุ่นทำงานได้หลากหลาย และทนทาน


ส่วนของการซ่อมบำรุง ผู้ประกอบการขนาดเล็กมักไม่มีเวลาในการดูแลเครื่องจักร ดังนั้นเครื่องจักรจึงต้องทนทานเป็นพิเศษ ต้องการการดูแลน้อย


เครื่องปิดฝากระป๋องขนาดเล็กที่เป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์อาหทาร นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติเข้าข่ายตามคุณสมบัติข้างบนแล้ว สิ่งสำคัญมากๆ คือมาตรฐานการปิดฝากระป๋อง จะต้องเป็นมาตรฐานสากล เนื่องจากต้องคำนึงถึงการส่งสินค้าออกไปยังต่างประเทศในอนาคต เมื่อขยายฐานลูกค้าได้สำเร็จด้วย


คุณสมบัติสำคัญของเครื่องจักรที่จำเป็น

จากคุณลักษณะของผู้ประกอบการขนาดเล็กที่แตกต่างกับการประกอบการธุรกิจการผลิตขนาดใหญ่ การออกแบบเครื่องจักรให้เหมาะสมกับการใช้งาน จึงต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆต่อไปนี้

1. เครื่องจักรควรจะใช้งานง่าย และซ่อมบำรุงง่ายไม่ต้องใช้ความรู้พิเศษ หรือช่างเทคนิค

2. ความประหยัด

  • เวลาในการดูแลรักษาน้อย มีเวลาในการทำงานมากที่สุด

  • ใช้พลังงานน้อย เนื่องจากเป็นค่าพลังงานจะเกิดขึ้นตลอดเวลาของการเดินเครื่องจักร

3. ควรมีชิ้นส่วนน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น แต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานสูง

4. ควรเดินเครื่องได้อย่างต่อเนื่องเท่าที่ผู้ใช้ต้องการ

5. ปลอดภัยกับผู้ใช้งาน

6. เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม มีการสร้างมลพิษต่ำ

7. ใช้สารหล่อลื่นปริมาณน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการที่สารหล่อลื่นจะไปปนเปื้อนกับอาหาร

8. ทนทาน อายุการใช้งานยืนยาว

9. มีจุดคุ้มทุนที่สั้น


ความสำคัญในการออกแบบที่ควรจะมีของเครื่องปิดฝากระป๋องขนาดเล็ก

1. ต้องสามารถสร้างผลการปิด ได้ค่า Double SEAM ตามต้องการ หรือตามมาตรฐานที่ กำหนด

2. มีความยืดหยุ่น สามารถปรับขนาดได้มากทั้งเส้นผ่านศูนย์กลาง และความสูง ตั้ง เครื่องจักรได้ง่าย โดยเฉพาะเครื่องปิดฝากระป๋องขนาดเล็ก ที่ผู้ประกอบการรายย่อยใช้ ในการผลิตสินค้า มักมีการเปลี่ยนขนาด เปลี่ยนรูปแบบของกระป๋องที่บ่อยมาก การสับ เปลี่ยนไปมาของกระป๋อง และฝาแต่ละขนาด ต้องทำได้ง่าย และรวดเร็ว

3. ขนาดต้องไม่ใหญ่โตจนเกินไป

4. ต้องใช้งานง่าย ใช้เวลาในการเรียนรู้การทำงานน้อย โดยไม่ต้องอาศัยช่างเทคนิคพิเศษ

5. เครื่องจักรควรทำงานได้ราบเรียบ

  • แรงสั่นสะเทือนต่ำ

  • มีเสียงรบกวนน้อย

  • ไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงเกินความจำเป็นเพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือน




ส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วน ของเครื่องปิดฝากระป๋องขนาดเล็ก คือ

1. โครงสร้าง จะเป็นส่วนที่รูปร่างหน้าตาของเครื่องจักร มีหน้าที่หลากหลาย

  • ใช้เป็นที่ยึดชิ้นส่วนต่างๆ ที่ทำงานร่วมกัน

  • ใช้รับแรง โดยเฉพาะแรงสั่งสะเทือนที่เกิดจากการทำงาน

  • ใช้เป็นที่ติดตั้งเครื่อง

2. ชิ้นส่วนทำงาน จะเป็นส่วนที่ทำหน้าที่หลักที่ต้องการให้เครื่องทำงานตามที่ต้องการ

มีส่วน ประกอบ 2 ส่วนหลัก

  • Chuck และตัวขับเคลื่อน ส่วนใหญ่จะมีเพียงเพลาที่ติดกับChuck และขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า

  • Lifter และกลไกการยก Lifter Plate เป็นส่วนที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะหากเป็นเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับกระป๋องโลหะ ที่ต้องการค่า Body Hook ที่ได้มาตรฐาน

ข้อที่ควรคำนึงในการเลือกซื้อเครื่องปิดฝากระป๋องขนาดเล็ก

1. ต้องทำงานได้ค่า Double SEAM

2. แข็งแรงทนทาน ใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานในการผลิต

3. มีชิ้นส่วนที่เกิดสนิมเหล็กน้อยที่สุด โดยทั่วไปควรเป็นวัสดุประเภทอลูมิเนียม หรือ Stainless Steel Grade 304, 316

4. หากเป็นระบบกระป๋องหมุน กระป๋องควรหมุนสม่ำเสมอไม่แกว่งไป-มา

5. ความเร็วรอบที่เหมาะสม

  • สำหรับเครื่องแบบกระป๋องหมุน ความเร็วการหมุนของ Chuck

i. ไม่ควรเกิน 750 รอบ/นาที สำหรับเครื่องแบบ Manual

ii. ไม่ควรเกิน 1,400 รอบ/นาที สำหรับเครื่องแบบ Semi-Automatic หรือ Automatic

  • สำหรับเครื่องแบบกระป๋องอยู่กับที่ (Roller หมุนไปรอบ Chuck)

i. ควรคำนึงถึงแรงเหวี่ยงที่เกิดขึ้นจากการหมุนของ Roller

ต้องไม่เกิดการเหวี่ยงจนเกิดอันตราย

ii. ทุกชิ้นส่วนควรทำงานภายใน Guard ที่ป้องกันอันตราย

ดู 413 ครั้ง0 ความคิดเห็น