top of page

เริ่มต้นธุรกิจเครื่องดื่มคาเฟ่–เดลิเวอรี่ ใช้กระป๋องและเครื่องปิดฝากระป๋อง คุ้มจริงไหม?

11 นาทีที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

การเริ่มต้นธุรกิจเครื่องดื่มในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านขนาดใหญ่เสมอไป หลายธุรกิจเริ่มจากครัวเล็ก ๆ หรือคาเฟ่ขนาดเล็ก แล้วใช้ Delivery เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงลูกค้า

แต่สิ่งที่ต้องคิดตั้งแต่ต้นไม่ใช่แค่ “เครื่องดื่มขายแก้วละเท่าไร” แต่คือ ต้นทุนต่อหน่วย บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง และความสามารถในการทำสินค้าให้พร้อมขายในจำนวนมากขึ้น


เครื่องปิดฝากระป๋อง เครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด ผลิตในประเทศไทย ขวดพลาสติก กระป๋องพลาสติก ผลิตกระป๋อง กระป๋องพลาสติก กระป๋องเครื่องดื่ม กระปุกกด

หนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจคือการใช้ กระป๋องพลาสติก Food Grade ร่วมกับเครื่องปิดฝากระป๋อง แล้วเปลี่ยนจากการขายเครื่องดื่มแบบแก้วทั่วไป มาเป็นเครื่องดื่มในกระป๋องที่พร้อมสำหรับการจัดส่ง


1. ทำไมต้องคิดเรื่องบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่เริ่มธุรกิจ?

สำหรับธุรกิจเครื่องดื่ม Delivery บรรจุภัณฑ์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบรรจุสินค้า แต่ต้องรองรับทั้งการเคลื่อนย้าย การจัดส่ง และการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์

หากเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจควบคุมต้นทุนและวางระบบการผลิตได้ง่ายขึ้น

โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่ต้องเดินทางจากร้านไปถึงมือลูกค้า บรรจุภัณฑ์ควรมีความเหมาะสมกับประเภทสินค้า ปิดได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงจากการหกหรือเสียหายระหว่างการขนส่ง


2. แล้ว “กระป๋อง + เครื่องปิดฝากระป๋อง” คุ้มไหม?

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ราคากระป๋องหรือราคาเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูจาก ต้นทุนรวมต่อแก้ว/ต่อกระป๋อง และจำนวนที่คาดว่าจะขายได้

ตัวอย่างเช่น หากธุรกิจมีเครื่องดื่มที่ขายเป็นประจำทุกวัน การลงทุนซื้อเครื่องปิดฝากระป๋องอาจช่วยให้สามารถผลิตและปิดฝาได้เองภายในร้าน ลดการพึ่งพาบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูปบางประเภท และทำให้สามารถสร้างรูปแบบสินค้าให้เป็นมาตรฐานเดียวกันได้

สิ่งที่ควรคำนวณก่อนลงทุน ได้แก่

  • ราคากระป๋องและฝาต่อหน่วย

  • ต้นทุนวัตถุดิบเครื่องดื่ม

  • ค่าแรงในการผลิตและบรรจุ

  • ค่าเครื่องจักรและค่าเสื่อมราคา

  • ค่าสติกเกอร์หรือฉลาก

  • ค่าขนส่งและบรรจุภัณฑ์สำหรับ Delivery

  • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม Delivery

  • ราคาขายและกำไรที่ต้องการ

เมื่อรวมต้นทุนทั้งหมดแล้ว จึงจะตอบได้ว่า “คุ้ม” หรือไม่สำหรับธุรกิจของเรา

เครื่องปิดฝากระป๋อง เครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด ผลิตในประเทศไทย ขวดพลาสติก กระป๋องพลาสติก ผลิตกระป๋อง กระป๋องพลาสติก กระป๋องเครื่องดื่ม กระปุกกด

3. อย่ามองแค่ต้นทุนกระป๋อง ต้องมอง “ต้นทุนต่อออเดอร์”

สมมติว่าเครื่องดื่มหนึ่งกระป๋องมีต้นทุนวัตถุดิบ + กระป๋อง + ฝา + ฉลาก รวมกันเป็นต้นทุนสินค้า

เมื่อขายผ่าน Delivery ยังมีต้นทุนอื่นที่ต้องนำมาคิด เช่น ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม โปรโมชั่น ส่วนลด และค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง

ดังนั้น สูตรง่าย ๆ ที่ควรใช้คือ

ราคาขาย – ต้นทุนสินค้า – ค่าธรรมเนียม/ค่าใช้จ่ายในการขาย = กำไรขั้นต้นต่อหน่วย

จากนั้นจึงนำกำไรต่อหน่วยไปเทียบกับจำนวนยอดขายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อดูว่าการลงทุนในเครื่องปิดฝากระป๋องใช้เวลานานเท่าไรจึงจะคืนทุน


4. กระป๋องช่วยสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจได้อย่างไร?

ในตลาดที่มีเครื่องดื่มจำนวนมาก การทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้เป็นเรื่องสำคัญ

จากเครื่องดื่มแก้วทั่วไป สามารถพัฒนาเป็น เครื่องดื่มกระป๋องพร้อมแบรนด์ เช่น กาแฟ ชาไทย โกโก้ มัทฉะ หรือเครื่องดื่มเมนูเฉพาะของร้าน

กระป๋องยังสามารถติดสติกเกอร์หรือฉลากเพื่อสื่อสารชื่อแบรนด์ เมนู และข้อมูลสินค้า ทำให้บรรจุภัณฑ์กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตลาด

โดยเฉพาะในธุรกิจ Delivery ลูกค้าอาจไม่ได้เห็นหน้าร้านเลย สิ่งที่ลูกค้าได้รับและมองเห็นจึงเป็นทั้ง “สินค้าและแพ็กเกจจิ้ง” ซึ่งมีผลต่อประสบการณ์ของลูกค้าและการจดจำแบรนด์


5. ก่อนลงทุน ควรเริ่มจาก “ยอดขายที่คาดการณ์ได้”

ไม่ใช่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องซื้อเครื่องทันที

สำหรับผู้เริ่มต้น ควรประเมินก่อนว่าในแต่ละวันคาดว่าจะผลิตกี่กระป๋อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน

หากเป็นธุรกิจที่มียอดขายไม่มาก การใช้วิธีที่มีต้นทุนเริ่มต้นต่ำอาจเหมาะกว่า

แต่หากมีแผนขายเครื่องดื่มแบบ Delivery อย่างจริงจัง มีเมนูที่สามารถผลิตซ้ำได้ และต้องการสร้างแบรนด์ในรูปแบบของตัวเอง การลงทุนในเครื่องปิดฝากระป๋องอาจเป็นหนึ่งในต้นทุนที่ช่วยสร้างระบบการผลิตระยะยาวได้


6. สิ่งสำคัญที่สุด: “บรรจุภัณฑ์ต้องเหมาะกับสินค้า”

ก่อนเลือกกระป๋องหรือเครื่องปิดฝากระป๋อง ควรพิจารณาประเภทเครื่องดื่ม อายุการเก็บรักษาที่ต้องการ วิธีการจัดเก็บ อุณหภูมิ และรูปแบบการขนส่ง รวมถึงตรวจสอบว่าบรรจุภัณฑ์เหมาะสมกับอาหารหรือเครื่องดื่มประเภทนั้นหรือไม่

คำว่า Food Grade เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่ต้องพิจารณา ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ทุกประเภทจะสามารถบรรจุหรือเก็บรักษาในบรรจุภัณฑ์เดียวกันได้โดยอัตโนมัติ


เครื่องปิดฝากระป๋อง เครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด ผลิตในประเทศไทย ขวดพลาสติก กระป๋องพลาสติก ผลิตกระป๋อง กระป๋องพลาสติก กระป๋องเครื่องดื่ม กระปุกกด

สรุป

การเริ่มต้นธุรกิจเครื่องดื่มแบบคาเฟ่และ Delivery ไม่ควรถามเพียงว่า

“กระป๋องแพงไหม?” หรือ “เครื่องปิดฝากระป๋องคุ้มไหม?”

แต่ควรถามว่า “เมื่อรวมต้นทุนทั้งหมดแล้ว บรรจุภัณฑ์รูปแบบนี้ช่วยให้ธุรกิจของเราขายง่ายขึ้น ผลิตได้เป็นระบบขึ้น และสร้างกำไรได้มากพอหรือไม่?”

เพราะการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ “ราคาถูกที่สุด” แต่คือสิ่งที่ เหมาะกับปริมาณการขาย รูปแบบธุรกิจ และเป้าหมายในระยะยาว

สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจเครื่องดื่ม การวางระบบตั้งแต่ วัตถุดิบ → บรรจุภัณฑ์ → การปิดฝากระป๋อง → การติดแบรนด์ → Delivery → ต้นทุนและกำไร ให้ครบตั้งแต่แรก จะช่วยให้เห็นภาพธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น และตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีข้อมูล สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ LAZ-Step ได้เลยที่ เบอร์โทรศัพท์ 085-162-4955 หรือแอด Line OA @lazstep และติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook Page “กระป๋องพลาสติก PET กระปุกพลาสติก เครื่องปิดฝากระป๋อง-LAZStep


คำถามที่พบบ่อย

ธุรกิจเครื่องดื่มแบบ Delivery เหมาะกับการใช้กระป๋องหรือไม่? เหมาะในกรณีที่ต้องการพัฒนาเครื่องดื่มให้เป็นสินค้าแบรนด์ และต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับการขนส่งมากกว่าการเสิร์ฟในแก้ว โดยต้องเลือกกระป๋องให้เหมาะกับประเภทเครื่องดื่มและรูปแบบการจัดส่ง


การซื้อเครื่องปิดฝากระป๋องจำเป็นสำหรับร้านที่เพิ่งเริ่มต้นหรือไม่?  ไม่จำเป็นสำหรับทุกร้าน ควรพิจารณาจากปริมาณการผลิต ความถี่ในการขาย และแผนการขยายธุรกิจ หากมีการผลิตจำนวนมากและต้องการควบคุมกระบวนการปิดฝากระป๋องเอง การมีเครื่องอาจช่วยให้จัดการการผลิตได้เป็นระบบมากขึ้น


ก่อนซื้อเครื่องปิดฝากระป๋อง ควรคำนวณต้นทุนอะไรบ้าง? ควรคำนวณทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร เช่น ค่าเครื่อง กระป๋อง ฝา วัตถุดิบ ฉลาก ค่าแรง ค่าไฟ รวมถึงค่าบรรจุและจัดส่ง เพื่อดูต้นทุนจริงต่อกระป๋องและระยะเวลาคืนทุน


ค่า Delivery มีผลต่อกำไรของเครื่องดื่มอย่างไร?  มีผลโดยตรง เพราะธุรกิจ Delivery อาจมีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ส่วนลด โปรโมชั่น และค่าใช้จ่ายด้านการจัดส่ง ดังนั้นควรคำนวณกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ไม่ควรดูจากราคาขายเพียงอย่างเดียว


ทำไมต้องคำนวณ “ต้นทุนต่อกระป๋อง” แทนการดูต้นทุนวัตถุดิบอย่างเดียว? เพราะต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งเครื่องดื่ม กระป๋อง ฝา ฉลาก ค่าแรง และค่าใช้จ่ายในการขาย เมื่อรวมทั้งหมดแล้วจึงจะทราบว่าขายหนึ่งกระป๋องได้กำไรจริงเท่าไร


การใช้กระป๋องช่วยสร้างแบรนด์ได้อย่างไร? กระป๋องสามารถออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์แบรนด์ผ่านรูปทรง ขนาด ฉลาก และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ทำให้เครื่องดื่มมีภาพลักษณ์เป็น “สินค้าแบรนด์” มากกว่าเครื่องดื่มทั่วไป


ธุรกิจควรเริ่มจากกระป๋องหรือเริ่มจากการคำนวณยอดขายก่อน?  ควรเริ่มจากการประเมินตลาดและยอดขายที่คาดการณ์ก่อน แล้วจึงเลือกขนาดกระป๋อง จำนวนการผลิต และเครื่องจักรให้เหมาะกับกำลังการขาย วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนเกินความจำเป็น

จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องปิดฝากระป๋อง “คุ้มทุน”? ต้องเปรียบเทียบเงินลงทุนกับกำไรที่เกิดขึ้นจากการขาย โดยดูจากกำไรต่อกระป๋องและจำนวนกระป๋องที่ขายได้ต่อเดือน เช่น หากลงทุน 40,000 บาท และมีกำไรส่วนเพิ่ม 20 บาทต่อกระป๋อง จะต้องสร้างกำไรส่วนเพิ่มประมาณ 2,000 กระป๋องเพื่อให้คืนเงินลงทุน 40,000 บาท


สิ่งที่ต้องระวังที่สุดเมื่อทำเครื่องดื่มสำหรับ Delivery คืออะไร?  ต้องควบคุมทั้งคุณภาพเครื่องดื่ม ความเหมาะสมของบรรจุภัณฑ์ การปิดผนึก การจัดเก็บ และการขนส่ง เพราะคุณภาพของสินค้าที่ถึงมือลูกค้าต้องใกล้เคียงกับคุณภาพตอนออกจากร้านมากที่สุดค่ะ


ความคิดเห็น


เพิ่มมูลค่าของสินค้า

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

เมื่อได้เป็นลูกค้าของ LAZ-Step

มาดูความรู้สึกของผู้คนที่ชื่นชอบ LAZ-Step และดูว่าเราได้เปลี่ยนแปลงสินค้าของพวกเขาในด้านในบ้าง

ขอซื้อตัวอย่างฟรีด่วน คลิก!

เส้นทางการเติบโตของเรา

ทำไม LAZ-Step คือคำตอบที่ดีที่สุด

1.png

10 ปี ยกระดับคุณภาพ

ในอุตสาหกรรม
กระป๋องพลาสติก PET

2.png

ลูกค้ากว่า 10,000+ แบรนด์

ไว้ใจให้ลาซสเตปดูแล

3.png

ส่งมอบแพคเกจจิ้งกว่า
100 ล้านชิ้น

กระจายทั่วเอเชีย

ขอซื้อตัวอย่างฟรีด่วน คลิก!

bottom of page