top of page

LZM12 เครื่องปิดฝากระป๋องสำหรับงาน Retort กับความสำคัญของ Double Seam

1 วันที่ผ่านมา
ยาว 3 นาที

กระป๋องเหล็กที่ต้องผ่าน Retort ไม่ได้ต้องการเพียงเครื่องที่ “ปิดฝากระป๋องได้” แต่ต้องการการซีลที่สามารถควบคุมคุณภาพของ Double Seam ได้อย่างเหมาะสม

สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องผ่านกระบวนการ Retort การเลือกเครื่องปิดฝากระป๋องจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการปิดผนึกของกระป๋องมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์ตลอดกระบวนการให้ความร้อน

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ LZM12 สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานกระป๋องเหล็กและงานที่ต้องการนำบรรจุภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการ Retort โดยเฉพาะงานที่ต้องการควบคุมคุณภาพการซีลอย่างเป็นระบบ


เครื่องปิดฝากระป๋อง เครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด ผลิตในประเทศไทย ขวดพลาสติก กระป๋องพลาสติก ผลิตกระป๋อง กระป๋องพลาสติก กระป๋องเครื่องดื่ม กระปุกกด กระป๋องเหล็ก เครื่องปิดฝากระป๋องเหล็ก Retort มหาวิทยาลัย อุตสาหกรรมอาหาร

Retort คืออะไร และทำไมการซีลปิดฝากระป๋องจึงสำคัญ?

Retort Processing คือกระบวนการให้ความร้อนกับอาหารที่บรรจุอยู่ในภาชนะปิดสนิท ภายใต้เงื่อนไขของอุณหภูมิ เวลา และความดันที่กำหนด เพื่อช่วยควบคุมจุลินทรีย์และเพิ่มความสามารถในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์

ระหว่างกระบวนการ กระป๋องจะต้องเผชิญกับความร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแรงดัน ดังนั้นบรรจุภัณฑ์จึงต้องสามารถรักษาความสมบูรณ์ของการปิดผนึกไว้ได้

สำหรับกระป๋องโลหะ จุดสำคัญจึงอยู่ที่ Double Seam ซึ่งเป็นโครงสร้างตะเข็บที่เกิดจากการประกอบขอบตัวกระป๋องและขอบฝาเข้าด้วยกัน

ดังนั้นการเลือกเครื่องปิดฝากระป๋องสำหรับงาน Retort จึงไม่ควรพิจารณาเพียงว่า

“เครื่องสามารถปิดฝากระป๋องได้หรือไม่?”

แต่ต้องพิจารณาต่อว่า

“เครื่องสามารถสร้าง Double Seam ที่เหมาะสมกับกระป๋องและฝาที่ใช้หรือไม่?”

Double Seam สำคัญอย่างไร?

Double Seam คือแนวตะเข็บที่เกิดจากการนำขอบตัวกระป๋องและขอบฝามาประกอบและขึ้นรูปเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างแนวปิดผนึกของกระป๋อง

คุณภาพของ Seam ไม่สามารถตัดสินจากการมองด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว เพราะโครงสร้างภายในของตะเข็บมีค่าทางเทคนิคหลายส่วนที่ต้องควบคุม เช่น

  • Seam Height

  • Seam Width

  • Seam Thickness

  • Body Hook

  • Cover Hook

  • Overlap

  • Tightness

  • Countersink

ค่าที่เหมาะสมต้องอ้างอิงจากสเปกของกระป๋องและฝาที่ใช้งานจริง

ดังนั้นกระป๋องที่ “ปิดฝาได้” จึงไม่ได้หมายความว่า “Double Seam ได้มาตรฐาน” เสมอไป

โดยเฉพาะเมื่อต้องนำกระป๋องไปผ่าน Retort การควบคุมคุณภาพของ Seam จึงมีความสำคัญมากขึ้น เพราะต้องพิจารณาความสมบูรณ์ของการปิดผนึกทั้งก่อนและหลังผ่านกระบวนการ


เครื่องปิดฝากระป๋อง เครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด ผลิตในประเทศไทย ขวดพลาสติก กระป๋องพลาสติก ผลิตกระป๋อง กระป๋องพลาสติก กระป๋องเครื่องดื่ม กระปุกกด กระป๋องเหล็ก เครื่องปิดฝากระป๋องเหล็ก Retort มหาวิทยาลัย อุตสาหกรรมอาหาร

แล้วเครื่องปิดฝากระป๋องต้องมีอะไรจึงเหมาะกับงานลักษณะนี้?

การสร้าง Double Seam ที่มีคุณภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวกระป๋องเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับระบบ Seaming ทั้งหมด

ทั้ง

Chuck → Seaming Roll → Lift Plate → Spring → การตั้งค่าเครื่อง → กระป๋องและฝา

แต่ละองค์ประกอบต้องทำงานสัมพันธ์กันเพื่อให้เกิดรูปแบบของ Seam ตามข้อกำหนด

โดยเฉพาะ แรงที่ใช้ระหว่างการ Seaming ซึ่งมีผลต่อการขึ้นรูปและโครงสร้างของตะเข็บ

เครื่องที่นำมาใช้กับงานลักษณะนี้จึงควรมีความสามารถในการปรับให้เหมาะกับกระป๋องและฝาที่เลือกใช้ ไม่ใช่ใช้การตั้งค่าเดียวกับกระป๋องทุกประเภท

LZM12: ปรับเครื่องให้เหมาะกับงาน ไม่ใช่แค่ปิดฝากระป๋อง

นี่คือจุดเด่นสำคัญของ LZM12

LZM12 สามารถใช้สำหรับการซีลปิดฝากระป๋องเหล็ก และสามารถ ปรับเปลี่ยน Spring ให้เหมาะกับลักษณะงาน เพื่อให้ระบบ Seaming สามารถทำงานภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมกับกระป๋องและฝาที่นำมาใช้

การเลือก Spring จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของอะไหล่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับระบบแรงของเครื่องให้เหมาะกับงาน Seaming

สำหรับงานที่ต้องการนำกระป๋องเข้าสู่ Retort แนวคิดสำคัญคือ

เลือกกระป๋องและฝาที่เหมาะสม → ตั้งค่า LZM12 → เลือก Spring ให้เหมาะกับงาน → สร้าง Double Seam → ตรวจสอบค่าของ Seam → ทดสอบกระบวนการ Retort

กระบวนการเหล่านี้ทำให้การใช้งานเครื่องมีความเป็นระบบมากกว่าการพิจารณาเพียงว่า “ซีลแล้วฝากระป๋องไม่หลุด”


ทำไม LZM12 จึงเหมาะกับงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์?

ในงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้ใช้งานอาจต้องทดลองกระป๋องหลายรูปแบบ หลายขนาด หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเงื่อนไขการผลิตแตกต่างกัน

ดังนั้นเครื่องปิดฝากระป๋องที่สามารถปรับให้เหมาะกับลักษณะของงานจึงมีความสำคัญ

LZM12 สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานซีลกระป๋องเหล็กและงานที่เกี่ยวข้องกับ Retort โดยเฉพาะงานที่ต้องการควบคุมคุณภาพของ Double Seam และต้องการปรับระบบให้สอดคล้องกับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งาน

ด้วยเหตุนี้จึงสามารถพบการนำเครื่องไปประยุกต์ใช้ในบริบทของ งานวิจัย งานพัฒนาผลิตภัณฑ์ และหน่วยงานที่ต้องการควบคุมกระบวนการ Seaming อย่างเป็นระบบ


เครื่องปิดฝากระป๋อง เครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด ผลิตในประเทศไทย ขวดพลาสติก กระป๋องพลาสติก ผลิตกระป๋อง กระป๋องพลาสติก กระป๋องเครื่องดื่ม กระปุกกด กระป๋องเหล็ก เครื่องปิดฝากระป๋องเหล็ก Retort มหาวิทยาลัย อุตสาหกรรมอาหาร

จากการปิดฝากระป๋องสู่ Retort: สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนใช้งานจริง

แม้ LZM12 จะสามารถปรับ Spring ให้เหมาะกับงานกระป๋องเหล็กที่ต้องการนำเข้าสู่ Retort แต่ความพร้อมสำหรับ Retort ไม่ควรพิจารณาจากการเปลี่ยน Spring หรือเครื่องปิดฝากระป๋องเพียงอย่างเดียว

ควรพิจารณาองค์ประกอบร่วมกัน ได้แก่

1. กระป๋องและฝา

ต้องเลือกให้เหมาะสมและสามารถทำงานร่วมกันในกระบวนการ Seaming และ Retort

2. การตั้งค่าเครื่อง

ต้องกำหนดให้เหมาะกับขนาดและรูปแบบของกระป๋องและฝา

3. Spring และชุด Seaming

ต้องเลือกให้เหมาะกับลักษณะงานและแรงที่ต้องใช้

4. Double Seam

ต้องตรวจสอบค่าที่เกี่ยวข้องกับ Seam ตามสเปกของกระป๋องและฝา

5. กระบวนการ Retort

ต้องกำหนดเงื่อนไขของกระบวนการให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์

6. การตรวจสอบหลัง Retort

ควรประเมินสภาพกระป๋องและ Seam หลังผ่านกระบวนการ เพื่อยืนยันว่าบรรจุภัณฑ์ยังคงมีความสมบูรณ์ตามข้อกำหนด


LZM12 กับแนวคิดของการซีลที่มากกว่า “ปิดฝา”

ความสำคัญของเครื่องปิดฝากระป๋องในงาน Retort ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการปิดฝากระป๋องเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้างและควบคุม Double Seam ให้เหมาะกับระบบบรรจุภัณฑ์

LZM12 จึงถูกออกแบบให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานปิดกระป๋องเหล็ก และสามารถปรับ Spring ให้เหมาะกับลักษณะงาน เพื่อรองรับการตั้งค่าระบบ Seaming ที่แตกต่างกัน

สำหรับผู้ที่ทำงานด้านอาหาร งานวิจัย หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่าน Retort สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเลือกเครื่องที่ “ปิดได้”

แต่คือการเลือกเครื่องที่สามารถ ปรับให้เหมาะกับงาน และสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ของการซีลได้ตามข้อกำหนด


สรุป

กระป๋องเหล็กที่ต้องผ่าน Retort ต้องการมากกว่าการปิดฝากระป๋องให้สนิท เพราะกระบวนการให้ความร้อนทำให้ต้องให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์ของการปิดผนึกและคุณภาพของ Double Seam

LZM12 เป็นเครื่องปิดฝากระป๋องที่สามารถใช้กับกระป๋องเหล็ก และสามารถปรับเปลี่ยน Spring ให้เหมาะกับลักษณะงาน เพื่อให้ระบบ Seaming สามารถทำงานสอดคล้องกับกระป๋องและฝาที่เลือกใช้

อย่างไรก็ตาม การนำกระป๋องเข้าสู่ Retort ต้องพิจารณาทั้งระบบ ตั้งแต่ชนิดของกระป๋องและฝา การตั้งค่าเครื่อง คุณภาพของ Double Seam ไปจนถึงเงื่อนไขของ Retort Process

เพราะการซีลที่ดีไม่ได้จบลงที่คำว่า “ฝากระป๋องปิดแล้ว”

แต่ต้องตอบได้ว่า

“Double Seam ที่ได้ เหมาะสมกับกระบวนการและผ่านการตรวจสอบตามข้อกำหนดหรือไม่?”

และนี่คือแนวคิดที่ทำให้ LZM12 เป็นมากกว่าเครื่องปิดฝากระป๋อง แต่เป็นเครื่อง Seaming ที่สามารถปรับให้เหมาะกับงานกระป๋องเหล็กและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต้องการควบคุมคุณภาพการซีลอย่างเป็นระบบ

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ LAZ-Step ได้เลยที่ เบอร์โทรศัพท์ 085-162-4955 หรือแอด Line OA @lazstep และติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook Page “กระป๋องพลาสติก PET กระปุกพลาสติก เครื่องปิดฝากระป๋อง-LAZStep


คำถามที่พบบ่อย

LZM12 สามารถซีลกระป๋องเหล็กได้หรือไม่?

ได้ LZM12 สามารถใช้สำหรับงาน Seaming กระป๋องเหล็ก โดยสามารถปรับระบบให้เหมาะกับลักษณะของกระป๋องและฝาที่นำมาใช้งาน


ทำไมกระป๋องสำหรับ Retort จึงต้องให้ความสำคัญกับ Double Seam?

เพราะระหว่าง Retort กระป๋องต้องผ่านความร้อนและสภาวะของกระบวนการที่เปลี่ยนแปลงไป การปิดผนึกจึงต้องสามารถรักษาความสมบูรณ์ของภาชนะได้ตามข้อกำหนด Double Seam จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องควบคุมและตรวจสอบ


ทำไมต้องเปลี่ยน Spring ของ LZM12 สำหรับงาน Retort?

Spring เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Seaming ที่เกี่ยวข้องกับแรงและการรองรับกระป๋องระหว่างการซีล การเลือก Spring ให้เหมาะกับงานจึงช่วยให้สามารถปรับระบบ Seaming ให้สอดคล้องกับลักษณะของกระป๋องและฝาที่ใช้


เปลี่ยน Spring แล้วกระป๋องสามารถเข้า Retort ได้เลยหรือไม่?

ไม่ควรพิจารณาจากการเปลี่ยน Spring เพียงอย่างเดียว ต้องตรวจสอบคุณภาพ Double Seam และพิจารณาความเหมาะสมของกระป๋อง ฝา การตั้งค่าเครื่อง และกระบวนการ Retort ร่วมกัน


Double Seam ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?

ค่าที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึง Seam Height, Seam Width, Seam Thickness, Body Hook, Cover Hook, Overlap และ Tightness โดยค่าที่เหมาะสมต้องอ้างอิงจากสเปกของกระป๋องและฝาที่ใช้จริง

หากลูกค้าต้องการให้ LZM12 ซีลกระป๋องเหล็ก ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

หากต้องการนำ LZM12 ไปใช้งานซีลกระป๋องเหล็ก ลูกค้าควรจัดเตรียม Spec Sheet ของกระป๋องและฝาจากโรงงานผู้ผลิตกระป๋อง มาให้ LAZ-Step เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบและจัดทำ Seaming Chuck และตั้งค่าระบบ Seaming ให้เหมาะสมกับกระป๋องที่ใช้งานจริง

ในกรณีที่ลูกค้า ไม่มี Spec Sheet แนะนำให้นำ กระป๋องและฝาจริง มาให้ทาง LAZ-Step เพื่อใช้ตรวจสอบและเก็บข้อมูลสำหรับการทำ Seaming Chuck ให้เหมาะกับกระป๋องและฝารุ่นนั้น


หากมี Spec Sheet สามารถใช้ข้อมูลของ LAZ-Step เป็นมาตรฐานแทนได้หรือไม่?

สำหรับงานกระป๋องเหล็กที่ต้องการควบคุม Double Seam ตามข้อกำหนดของผู้ผลิตกระป๋อง ควรยึด Spec Sheet ของโรงงานผู้ผลิตกระป๋องเหล็กเป็นหลัก

โดยเฉพาะค่าที่เกี่ยวข้องกับ Double Seam เช่น Seam Height, Seam Width, Seam Thickness, Body Hook, Cover Hook, Overlap และค่าความแน่นของ Seam เป็นต้น

ในการตรวจสอบและตั้งค่าการ Seaming ควรอ้างอิงค่ามาตรฐานและเกณฑ์การยอมรับที่ระบุโดย โรงงานผู้ผลิตกระป๋องและฝาที่นำมาใช้งานจริง เพื่อให้ผลการซีลสอดคล้องกับข้อกำหนดของบรรจุภัณฑ์รุ่นนั้น


ถ้าไม่มี Spec Sheet ต้องนำกระป๋องจริงมาให้หรือไม่?

หากไม่มี Spec Sheet แนะนำให้นำ กระป๋องและฝาจริง มาให้ LAZ-Step ตรวจสอบก่อน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบและทำ Seaming Chuck ให้เหมาะกับชุดกระป๋องและฝาที่ลูกค้าต้องการใช้งาน

เนื่องจากกระป๋องเหล็กแต่ละรุ่นอาจมีขนาด ขอบกระป๋อง ลักษณะฝา และรายละเอียดของ Seam ที่แตกต่างกัน การใช้กระป๋องจริงจึงช่วยให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดของบรรจุภัณฑ์ก่อนจัดทำชุด Seaming ได้อย่างเหมาะสม

หมายเหตุ: การมี Seaming Chuck ที่สามารถซีลกระป๋องได้ ไม่ได้หมายความว่ากระป๋องจะพร้อมสำหรับกระบวนการ Retort โดยอัตโนมัติ ลูกค้ายังคงต้องตรวจสอบ Double Seam ตาม Spec ของโรงงานกระป๋อง รวมถึงทดสอบความเหมาะสมของบรรจุภัณฑ์และกระบวนการ Retort ก่อนนำไปใช้งานจริง


หลังจากตั้งเครื่องและตรวจสอบ Double Seam แล้ว ต้องวัดค่าอีกหรือไม่?

ต้องมีการ ตรวจวัดและควบคุมค่า Double Seam อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตที่ต้องการความสม่ำเสมอของการซีล และผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่าน Retort

ไม่ควรตรวจสอบเฉพาะตอนเริ่มต้นหรือหลังจากตั้งเครื่องเท่านั้น เพราะระหว่างการใช้งานอาจมีปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพของ Seam เช่น การสึกหรอของชุด Seaming การเปลี่ยนแปลงของกระป๋องหรือฝา การตั้งค่าเครื่อง หรือสภาวะการผลิต

ดังนั้นควรกำหนด รอบการตรวจวัด Double Seam ให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิต และบันทึกผลการตรวจสอบไว้ เพื่อใช้ติดตามความสม่ำเสมอของกระบวนการ


ต้องวัดค่า Double Seam ตามค่าอะไร?

การตรวจวัดควรอ้างอิง Spec Sheet และเกณฑ์การยอมรับของโรงงานผู้ผลิตกระป๋องและฝาที่นำมาใช้งานจริง ไม่ควรใช้ค่ามาตรฐานเดียวกันกับกระป๋องทุกประเภท

ค่าที่ตรวจสอบอาจรวมถึง Seam Height, Seam Width, Seam Thickness, Body Hook, Cover Hook, Overlap, Tightness และค่าที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดของกระป๋องและฝารุ่นนั้น

หากเป็นงานที่ต้องผ่าน Retort ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบทั้ง ก่อนและหลัง Retort ตามวิธีการและเกณฑ์ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์

ทำไมต้องวัดค่า Double Seam อย่างสม่ำเสมอ?

เพราะการที่กระป๋องสามารถซีลได้ในครั้งแรก ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพของ Seam จะคงที่ตลอดกระบวนการผลิต

การตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอช่วยให้สามารถติดตามแนวโน้มของค่า Seam และตรวจพบความผิดปกติได้ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์

สำหรับงานที่ต้องผ่าน Retort การควบคุมคุณภาพจึงควรมองเป็น กระบวนการต่อเนื่อง ตั้งแต่การเลือกกระป๋องและฝา การทำ Seaming Chuck การตั้งค่าเครื่อง การตรวจวัด Double Seam ไปจนถึงการทดสอบและตรวจสอบหลัง Retort


สรุป: LZM12 และ Seaming Chuck ที่เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ แต่การควบคุมคุณภาพ Double Seam จำเป็นต้องมีการตรวจวัดและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ โดยยึด Spec ของโรงงานผู้ผลิตกระป๋องเป็นหลัก

ความคิดเห็น


เพิ่มมูลค่าของสินค้า

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

เมื่อได้เป็นลูกค้าของ LAZ-Step

มาดูความรู้สึกของผู้คนที่ชื่นชอบ LAZ-Step และดูว่าเราได้เปลี่ยนแปลงสินค้าของพวกเขาในด้านในบ้าง

ขอซื้อตัวอย่างฟรีด่วน คลิก!

เส้นทางการเติบโตของเรา

ทำไม LAZ-Step คือคำตอบที่ดีที่สุด

1.png

10 ปี ยกระดับคุณภาพ

ในอุตสาหกรรม
กระป๋องพลาสติก PET

2.png

ลูกค้ากว่า 10,000+ แบรนด์

ไว้ใจให้ลาซสเตปดูแล

3.png

ส่งมอบแพคเกจจิ้งกว่า
100 ล้านชิ้น

กระจายทั่วเอเชีย

ขอซื้อตัวอย่างฟรีด่วน คลิก!

bottom of page