top of page

อยากทำเครื่องดื่มขาย เริ่มต้นอย่างไร? คู่มือสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่สูตรจนถึงบรรจุภัณฑ์

28 ก.ย.
ยาว 3 นาที

อยากเริ่มทำเครื่องดื่มขาย แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน?

ไม่ว่าจะเป็น กาแฟ Cold Brew, ชา, ชาเขียว, มัทฉะ, น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (Ready-to-Drink) การเริ่มต้นธุรกิจเครื่องดื่มไม่ได้มีเพียงเรื่องสูตรและรสชาติ แต่ยังต้องวางแผนเรื่อง บรรจุภัณฑ์ วิธีปิดฝา ต้นทุน อายุสินค้า และช่องทางการขาย ตั้งแต่ต้น

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นจากขนาดเล็ก เช่น ร้านกาแฟ คาเฟ่ Home Cafe ธุรกิจ Delivery หรือผู้ที่ต้องการทดลองตลาด การเลือกบรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์ให้เหมาะกับรูปแบบการขายจะช่วยควบคุมต้นทุนและทำงานได้สะดวกขึ้น


กระป๋องพลาสติกPET เครื่องปิดฝากระป๋อง canseamer กระป๋องแบบกด เครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด เครื่องดื่ม กระป๋องเครื่องดื่ม กระป๋องฝาดึง กระป๋องซีรี่ส์206 กระป๋องเหลี่ยม กระป๋องก้นจีบ กระป๋องฝาFlip Flipcap SOT EOE POE Foil

1. ก่อนเริ่มขายเครื่องดื่ม ต้องคิดอะไรบ้าง?

ก่อนซื้ออุปกรณ์ แนะนำให้ตอบคำถามเหล่านี้ก่อน

  • จะขายเครื่องดื่มประเภทไหน?

  • ลูกค้าหลักคือใคร?

  • ขายหน้าร้าน หรือเน้น Delivery?

  • ลูกค้าจะบริโภคภายในวันเดียวหรือไม่?

  • ต้องการบรรจุภัณฑ์แบบขวดหรือกระป๋อง?

  • ผลิตประมาณกี่หน่วยต่อวัน?

  • มีงบลงทุนสำหรับอุปกรณ์เท่าไหร่?

คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้เลือก บรรจุภัณฑ์ ฝา และเครื่องปิดฝากระป๋อง ได้เหมาะสมมากขึ้น

2. เลือกเครื่องดื่มที่เหมาะกับธุรกิจ

ตัวอย่างเครื่องดื่มที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นสินค้าพร้อมดื่มได้ เช่น

กาแฟ

  • Cold Brew

  • กาแฟนม

  • กาแฟดำ

  • Ready-to-Drink Coffee

ชา

  • ชาไทย

  • ชาเขียว

  • ชาผลไม้

  • มัทฉะ

เครื่องดื่มอื่น ๆ

  • น้ำผลไม้

  • Italian Soda

  • เครื่องดื่มสมุนไพร

  • เครื่องดื่มสูตรเฉพาะของร้าน

สิ่งสำคัญคือควรพัฒนาสูตรให้เหมาะกับรูปแบบการขายและวิธีเก็บรักษาที่ต้องการ ไม่ควรเลือกบรรจุภัณฑ์โดยไม่พิจารณาสินค้าและกระบวนการผลิตไปพร้อมกัน


กระป๋องพลาสติกPET เครื่องปิดฝากระป๋อง canseamer กระป๋องแบบกด เครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด เครื่องดื่ม กระป๋องเครื่องดื่ม กระป๋องฝาดึง กระป๋องซีรี่ส์206 กระป๋องเหลี่ยม กระป๋องก้นจีบ กระป๋องฝาFlip Flipcap SOT EOE POE Foil

3. เลือกว่าจะใช้ “ขวด” หรือ “กระป๋อง”

บรรจุภัณฑ์มีผลต่อทั้งภาพลักษณ์ ต้นทุน การขนส่ง และประสบการณ์ของลูกค้า

หากเลือกใช้กระป๋องพลาสติก PET ควรเลือกขนาดที่สัมพันธ์กับปริมาณเครื่องดื่มและราคาขาย เช่น 350 ml สำหรับเครื่องดื่มขนาดเล็ก และ 500-600 ml สำหรับขนาดใหญ่

นอกจากความจุแล้ว ควรดู ประเภทปากกระป๋องและรูปแบบฝา ด้วย เพราะกระป๋องแต่ละแบบใช้กับเครื่องปิดฝาก

ระป๋องไม่เหมือนกัน


กระป๋องพลาสติกPET เครื่องปิดฝากระป๋อง canseamer กระป๋องแบบกด เครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด เครื่องดื่ม กระป๋องเครื่องดื่ม กระป๋องฝาดึง กระป๋องซีรี่ส์206 กระป๋องเหลี่ยม กระป๋องก้นจีบ กระป๋องฝาFlip Flipcap SOT EOE POE Foil

4. ถ้าเลือกใช้กระป๋อง ต้องเลือกฝาและเครื่องปิดฝากระป๋องให้ถูกต้อง

นี่เป็นขั้นตอนที่ผู้เริ่มต้นมักมองข้าม

คำว่า “เครื่องปิดฝากระป๋อง” ไม่ได้หมายความว่าเครื่องทุกชนิดจะใช้กับกระป๋องทุกแบบได้

โดยทั่วไป LAZ-Step แบ่งเครื่องปิดฝากระป๋องเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ


4.1 เครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด (Press)

เครื่องแบบกดใช้แรงกดเพื่อให้ฝาล็อกเข้ากับปากกระป๋องโดยตรง ไม่ได้ใช้ Roller ม้วนขอบฝาแบบเครื่อง Seamer กระป๋องที่ใช้กับระบบนี้ต้องเป็นกระป๋องที่ออกแบบมาสำหรับ Press โดยเฉพาะ เช่น P Series / 202P ขนาดปาก 54 mm. กระป๋องประเภทนี้ ไม่มีปีก (Flange) สำหรับการซีม จึงไม่สามารถนำไปใช้กับเครื่อง Seamer ทั่วไปได้


เครื่อง Press เหมาะกับใคร?

เหมาะกับธุรกิจที่เน้นการขายแบบ Cafe, Takeaway, Grab & Go และ Delivery โดยเฉพาะสินค้าที่ตั้งใจให้ลูกค้าบริโภคภายในวันเดียวกันหรือในระยะเวลาไม่นาน

ตัวอย่างเช่น

  • กาแฟ

  • ชา

  • ชาเขียว

  • มัทฉะ

  • น้ำผลไม้

  • เครื่องดื่มจากร้านคาเฟ่

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นด้วยงบประมาณไม่สูง เครื่อง Press เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

รุ่น PRM06 ราคา 2,950 บาทก่อน VAT

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งานแบบง่าย ๆ

รุ่น PRM03 ราคา 5,400 บาทก่อน VAT

เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการแรงกดมากขึ้นและการใช้งานต่อเนื่อง

หมายเหตุ: PRM03 และ PRM06 ใช้กับกระป๋อง Press ที่ตรงตามสเปก ซึ่งก็คือกระป๋องในซีรี่ส์ 202P หรือ P Serie ไม่ใช่กระป๋องสำหรับเครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Seamer

4.2 เครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Seamer

เครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Seamer ใช้ Roller ม้วนขอบฝากับปีกกระป๋อง (Flange) เข้าหากันจนเกิดเป็น Double Seam รอบกระป๋อง ดังนั้นกระป๋องที่ใช้กับเครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Seamer ต้องเป็นกระป๋องที่ออกแบบมาสำหรับการซีมและมีปีกสำหรับการม้วนขอบ LAZ-Step มีเครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Seamer หลายรุ่น ตั้งแต่เครื่อง Manual ไปจนถึง Semi-Automatic เพื่อรองรับผู้ประกอบการในระดับต่าง ๆ


เครื่อง Manual — LZM Series

เหมาะกับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการควบคุมการผลิตด้วยตัวเอง

ตัวอย่างรุ่น ได้แก่

  • LZM13

  • LZM11

  • LZM10

  • LZM14

  • LZM15

  • LZM12

แต่ละรุ่นรองรับกระป๋องและรูปแบบการใช้งานแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของ กระป๋อง + ฝา + Chuck + เครื่อง ก่อนเลือกซื้อ


เครื่อง Semi-Automatic — LZS Series

เหมาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มความสะดวกและกำลังการผลิต

ตัวอย่างรุ่น ได้แก่

  • LZS06

  • LZS07

  • LZS08

เครื่องกลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปริมาณการผลิตมากขึ้นและต้องการลดขั้นตอนการทำงานด้วยมือ

กระป๋องพลาสติกPET เครื่องปิดฝากระป๋อง canseamer กระป๋องแบบกด เครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด เครื่องดื่ม กระป๋องเครื่องดื่ม กระป๋องฝาดึง กระป๋องซีรี่ส์206 กระป๋องเหลี่ยม กระป๋องก้นจีบ กระป๋องฝาFlip Flipcap SOT EOE POE Foil

5. แล้วควรเลือก Press หรือ Seamer?

ไม่มีเครื่องแบบใดที่เหมาะกับทุกธุรกิจ สิ่งสำคัญคือให้เลือกจาก รูปแบบสินค้า วิธีขาย และความต้องการด้านการปิดบรรจุภัณฑ์


เลือก Press / PRM ถ้า

  • เปิดร้านกาแฟหรือคาเฟ่

  • เน้น Takeaway

  • เน้น Grab & Go

  • ขายผ่าน Delivery

  • ต้องการปิดเครื่องดื่มก่อนส่งให้ลูกค้า

  • ลูกค้าบริโภคสินค้าในวันเดียวกันหรือระยะเวลาไม่นาน

  • ต้องการเริ่มต้นด้วยงบประมาณต่ำ

ตัวอย่าง: ร้านกาแฟทำ Cold Brew หรือชาใส่กระป๋องเพื่อขายหน้าร้านและ Delivery

→ สามารถพิจารณา กระป๋อง Press + PRM06 หรือ PRM03


เลือก Seamer / LZM / LZS ถ้า

  • ต้องการปิดกระป๋องเหล็ก กระป๋องอลูมิเนียมที่ต้องการค่า Double Seam

  • ต้องการใช้กระป๋องที่มี Flange สำหรับการซีม

  • ต้องการตัวเลือกกระป๋องหลายซีรี่ย์และหลายขนาด

  • ผลิตสินค้าในปริมาณมากขึ้น

  • ต้องการนำกระป๋องไปใช้กับผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มประเภทต่าง ๆ

  • ต้องการพัฒนากระบวนการผลิตที่มีการควบคุมคุณภาพอย่างจริงจัง


สำหรับสินค้าที่ต้องการควบคุมความชื้นหรือออกซิเจนเพิ่มเติม อาจพิจารณาใช้กระบวนการอื่นร่วมด้วย เช่น Nitrogen Flushing, Silica Gel หรือ Ethanol Emitter ตามความเหมาะสมของสินค้า

6. Press กับ Seamer ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ

เครื่องแบบกด (Press)

เครื่อง Seamer

วิธีปิด

กดฝาล็อกเข้ากับปากกระป๋อง

Roller ม้วนฝากับปีกกระป๋อง

กระป๋อง

กระป๋องสำหรับ Press เช่น 202P

กระป๋องที่มี Flange สำหรับซีม

Double Seam

ไม่มี

มี

เหมาะกับ

Cafe / Takeaway / Delivery

งานที่ต้องการระบบซีม

รุ่น LAZ-Step

PRM03 / PRM06

LZM / LZS

จุดเด่น

เริ่มต้นง่ายและลงทุนไม่สูง

รองรับงานซีมและกระป๋องหลายรูปแบบมากกว่า

ข้อสำคัญ: ไม่ควรนำกระป๋อง Press ไปใช้กับเครื่องปิดฝากระป๋องแบบSeamer และไม่ควรนำกระป๋องสำหรับ Seamer มาใช้กับเครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Press เพราะรูปแบบปากกระป๋องและเครื่องปิดฝากระป๋องแตกต่างกัน

7. นอกจากเครื่องแล้ว ต้องดูอะไรอีก?

การเลือกเครื่องปิดฝากระป๋องเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบบรรจุสินค้า

ควรพิจารณาร่วมกับ


สูตรสินค้า

เช่น ส่วนผสม ความเป็นกรด-ด่าง ความชื้น และ Water Activity ตามประเภทสินค้า

บรรจุภัณฑ์

ต้องเลือกกระป๋อง ฝา และเครื่องปิดฝากระป๋องที่เข้ากันได้

กระบวนการผลิต

ความสะอาด ขั้นตอนการบรรจุ และวิธีการควบคุมคุณภาพมีผลต่อสินค้า

การเก็บรักษา

ต้องพิจารณาอุณหภูมิ แสง ความชื้น และเงื่อนไขการจัดเก็บ

อายุสินค้า

ไม่ควรสรุปอายุสินค้าโดยดูจากเครื่องปิดฝากระป๋องเพียงอย่างเดียว อายุสินค้าต้องพิจารณาจากสูตร กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษา และการทดสอบที่เหมาะสม

8. ตัวอย่างการเลือกสำหรับธุรกิจแต่ละแบบ

ร้านกาแฟ / Home Cafe

ถ้าขายแค่เครื่องดื่ม Takeaway อย่างเดียว กระป๋อง 202P + PRM06 หรือ PRM03 ก็เพียงพอและลงทุนน้อยที่สุด


แต่ถ้าคิดให้ไกลกว่านั้น ร้านคาเฟ่ที่เติบโตได้จริงมักไม่ได้ขายแค่เครื่องดื่มอย่างเดียว การมี Add-on สินค้า เช่น คุกกี้ บราวนี่ ถั่วอบ หรือขนมแห้งคู่กับเครื่องดื่ม ช่วยเพิ่มยอดขายต่อ bill ได้อย่างมีนัยสำคัญ สินค้าเหล่านี้ต้องบรรจุในกระป๋อง PET ที่ปิดด้วย Double Seam ซึ่ง PRM ทำไม่ได้

ดังนั้น ถ้ามองระยะยาว การลงทุน Seamer คุ้มค่ากว่า เพราะเครื่องเดียวรองรับได้ทั้งกระป๋องเครื่องดื่มและกระป๋องสินค้า Add-on พร้อมกัน

→ กระป๋อง 202P + PRM06 สำหรับเครื่องดื่ม Takeaway เริ่มต้น → กระป๋อง PET หลายซีรี่ย์ + LZM14 หรือ LZM15 ถ้าต้องการขายทั้งเครื่องดื่มและ Add-on สินค้าในร้านเดียวกัน


แบรนด์เครื่องดื่มที่ต้องการพัฒนาสินค้าของตัวเอง

ต้องการทำเครื่องดื่มในรูปแบบกระป๋อง Double Seam พัฒนาการผลิตให้เป็นระบบ ต้องการตัวเลือกขนาดกระป๋องหลากหลาย

→ กระป๋อง PET หลายซีรี่ย์ + LZM14 หรือ LZM15


ธุรกิจขนมและอาหารแห้ง

ต้องการบรรจุคุกกี้ ถั่ว ธัญพืช ขนมต่าง ๆ ต้องการควบคุมความชื้นและออกซิเจน

→ กระป๋อง PET ซีรี่ย์ 211 หรือ 307 + LZM11 หรือ LZM10 + Silica Gel หรือ Nitrogen Flushing

9. ถ้าเพิ่งเริ่มต้น ควรซื้อเครื่องเลยไหม?

ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่แรก

วิธีที่เหมาะกว่าคือ

1. เลือกสินค้า

2. ทดลองสูตร

3. กำหนดปริมาณที่ต้องการขาย

4. เลือกบรรจุภัณฑ์

5. เครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Press หรือ Seamer

6. ทดลองบรรจุและปิดฝากระป๋อง

7. คำนวณต้นทุนต่อหน่วย

8. ทดลองขาย

9. เก็บ Feedback

10. เพิ่มกำลังการผลิตเมื่อยอดขายเติบโต

วิธีนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการลงทุนในอุปกรณ์ตามความต้องการจริงของธุรกิจ

สรุป: อยากทำเครื่องดื่มขาย ควรเริ่มจากอะไร?

การเริ่มธุรกิจเครื่องดื่มควรมองเป็นระบบตั้งแต่ สินค้า → สูตร → บรรจุภัณฑ์ → เครื่องปิดฝากระป๋อง → การเก็บรักษา → ต้นทุน → ช่องทางขาย


หากเลือกใช้กระป๋อง ควรจำหลักง่าย ๆ ว่า

Press = กดฝาล็อกเข้ากับกระป๋อง

เหมาะกับกระป๋องที่ออกแบบสำหรับ Press เช่น 202P และเหมาะกับการขายเครื่องดื่มแบบ Cafe, Takeaway, Grab & Go และ Delivery

Seamer = Roller ม้วนฝาเข้ากับปีกกระป๋อง

เหมาะกับกระป๋องที่มี Flange สำหรับการซีม และมีตัวเลือกกระป๋องหลายรูปแบบสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาระบบการผลิตมากขึ้น


ดังนั้น ไม่มีเครื่องแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ แต่เครื่องที่ดีที่สุดคือเครื่องที่ตรงกับประเภทกระป๋อง รูปแบบสินค้า ปริมาณการผลิต และวิธีขายของคุณ

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือก PRM, LZM หรือ LZS สามารถแจ้งประเภทสินค้า ขนาดกระป๋อง และจำนวนที่ต้องการผลิตต่อวัน เพื่อให้ทีม LAZ-Step ช่วยแนะนำระบบที่เหมาะสมได้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ LAZ-Step ได้เลยที่ เบอร์โทรศัพท์ 085-162-4955 หรือแอด Line OA @lazstep และติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook Page “กระป๋องพลาสติก PET กระปุกพลาสติก เครื่องปิดฝากระป๋อง-LAZStep”

คำถามที่พบบ่อย

อยากทำเครื่องดื่มขาย ควรใช้เครื่องปิดฝากระป๋องแบบไหน?

ขึ้นอยู่กับกระป๋องและรูปแบบการขาย หากเป็นเครื่องดื่มสำหรับ Cafe, Takeaway หรือ Delivery และต้องการระบบ Press สามารถพิจารณา PRM Series ได้ ส่วนกระป๋องที่ออกแบบสำหรับ Seamer ต้องใช้เครื่อง LZM หรือ LZS ที่ตรงกับสเปก


PRM03 และ PRM06 ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองรุ่นเป็นเครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Press สำหรับกระป๋องที่ออกแบบมาสำหรับระบบ Press โดย PRM06 ราคา 2,950 บาทก่อน VAT และ PRM03 ราคา 5,400 บาทก่อน VAT โดยรายละเอียดด้านแรงกดและลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน


กระป๋อง 202P ใช้กับเครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Seamer ได้ไหม?

ไม่ได้ เนื่องจากกระป๋อง 202P เป็นกระป๋องสำหรับระบบ Press และไม่มีปีกสำหรับการซีม ขณะที่เครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Seamer ต้องใช้กระป๋องที่มี Flange สำหรับสร้าง Double Seam


Press ใช้แรงกดให้ฝาล็อกเข้ากับปากกระป๋อง ส่วนเครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Seamer ใช้ Roller ม้วนฝากับปีกกระป๋องจนเกิด Double Seam


ถ้าเปิดร้านกาแฟและขาย Delivery ควรเลือกอะไร?

หากเป็นเครื่องดื่มที่ต้องการปิดกระป๋องเพื่อขายแบบ Takeaway หรือ Delivery และบริโภคในระยะเวลาไม่นาน สามารถพิจารณาระบบ Press เช่น PRM Series โดยต้องเลือกกระป๋องให้ตรงกับระบบ Press


การปิดด้วย เครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Seamer ทำให้อาหารเก็บได้นานขึ้นหรือไม่?

เครื่องปิดฝากระป๋องแบบ Seamer สามารถปิดแบบ Double Seam แน่นกว่าปิดด้วยเครื่องปิดฝากระป๋องแบบกด แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะมีอายุยาวขึ้นโดยอัตโนมัติ อายุสินค้าและความปลอดภัยต้องพิจารณาร่วมกับสูตร กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษา และการควบคุมคุณภาพ


ความคิดเห็น


เพิ่มมูลค่าของสินค้า

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

เมื่อได้เป็นลูกค้าของ LAZ-Step

มาดูความรู้สึกของผู้คนที่ชื่นชอบ LAZ-Step และดูว่าเราได้เปลี่ยนแปลงสินค้าของพวกเขาในด้านในบ้าง

ขอซื้อตัวอย่างฟรีด่วน คลิก!

เส้นทางการเติบโตของเรา

ทำไม LAZ-Step คือคำตอบที่ดีที่สุด

1.png

10 ปี ยกระดับคุณภาพ

ในอุตสาหกรรม
กระป๋องพลาสติก PET

2.png

ลูกค้ากว่า 10,000+ แบรนด์

ไว้ใจให้ลาซสเตปดูแล

3.png

ส่งมอบแพคเกจจิ้งกว่า
100 ล้านชิ้น

กระจายทั่วเอเชีย

ขอซื้อตัวอย่างฟรีด่วน คลิก!

bottom of page